แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชวนคิดชวนอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชวนคิดชวนอ่าน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

ผู้อ่านคนแรกคือคนเขียน

ในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นบทความหรือเป็นความรู้ใดๆก็ตาม ผู้อ่านคนแรกคือคนเขียนเสมอ เพราะถ้าคนเขียนไม่อ่านแล้วรู้ได้ยังไงว่าเขียนอะไรลงไป คลังแห่งความรู้และทุกบทความก็มีมากมายในโลกของหนังสือทั้งหมดล้วนแต่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรโดยผู้เขียนทั้งนั้น ผู้อ่านคือคนรับข้อมูลเข้ามาในสมอง ส่วนผู้เขียนคือคนที่ส่งออกเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางตัวอักษรและอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ด้วยเช่นกัน สติปัญญาได้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของตัวอักษรมาหลายพันปีตั้งแต่มีมนุษย์ และทุกตัวอักษรได้ทำหน้าที่ของมันในการทำให้ผู้อ่านได้รับปัญญาด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของการอ่านและการเขียนไม่ว่าจะเขียนเรื่องราวหรือว่าสิ่งใดก็ตามล้วนแต่มีความหมายของมันอยู่ในนั้นเสมอ ทุกสิ่งที่จดบันทึกลงไปผ่านทางตัวอักษรสามารถทำให้ผู้คนจดจำได้และไม่ลืมเสมอไม่ว่าจะเป็นภาษาใดๆในโลกใบนี้ก็ตาม ดังนั้นแล้วผู้ที่อ่านกับผู้ที่เขียนส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนเดียวกันเสมอ ยิ่งอ่านมากก็ยิ่งมีความสามารถเขียนได้มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น ขอบคุณสำหรับทุกความรู้ในหนังสือและขอบคุณทุกตัวอักษรที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดสติปัญญาต่างขึ้นมาได้หนังสือคือสมบัติอันล้ำค่าในนั้นมีปัญญาซ่อนไว้ผ่านตัวอักษรมากมาย ดังที่มีความสอนของชาวยิวสอนต่อกันมาว่า เงินทองทรัพย์สมบัติย่อมสูญหายหรือถูกขโมยไปได้ แต่ความรู้และสติปัญญาไม่มีใครสามารถเอามันไปจากเราได้ อาจจะสามารถกล่าวได้ว่าหลักความจริงที่ว่ามานี้ คือการเงินทองเมื่อหามาได้ย่อมหมดไปหรือสูญหายและอาจจะถูกขโมยไปได้เสมอ แต่ว่าสติปัญญาผ่านการอ่านและการเขียนนี้คือสิ่งที่สามารถนำเงินและทองมาสู่เราได้ตลอดเวลาผ่านทางความรู้และความสามารถของคนนั้นที่ได้รับจากการอ่านและการเขียนอยู่เสมอ ดังนั้นแล้วหนังสือบนโลกทุกเล่มผู้อ่านคนแรกของหนังสือเล่มนั้นๆ หรือบทความนั้นก็คือผู้เขียนก่อนเสมอ 

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561

หนทางเดิมเพิ่มเติมคือรอยเท้า

ทางเดินสามารถนำทุกเท้าก้าวไปยังจุดหมายปลายทาง ที่ทำให้เชื่อมั่นว่าจะได้พบกับสถานที่เป้าหมายอย่างแน่นอน    หากจะเปรียบกับหนทางชีวิตก็ไม่ผิด เพียงแต่หนทางจริงนั้นทำให้พบกับสถานที่จริง      แต่ว่าหนทางชีวิตเปรียบเป็นสิ่งที่ทำให้กำลังจะเผชิญกับสิ่งที่ต้องเจอ  ไม่อาจจะได้รู้เลยว่าสิ่งที่ต้องเจอกับหนทางชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  และจะถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่  เมื่อผู้เขียนได้นำหนทางกับการอ่านหนังสือมาเปรียบเทียบก็อาจจะคล้ายๆกันกับเนื้อหาที่เต็มไปด้วยตัวอักษรอันประกอบไปด้วยความรู้  เมื่ออ่านก็เหมือนกับการมองข้างทางเมื่อผ่านไปแล้วก็ลืมมันไป แต่จุดหมายปลายทางคือบทสรุปของการอ่านตัวอักษรแห่งความรู้ที่เรากำลังเดินผ่านมันไปอย่างนั้นหรือ  ถ้าอย่างนั้นการอ่านหนังสือก็เหมือนกันการเดินทางโดยเสียเวลาเปล่าน่ะสิ  คำตอบคือเปล่าเลยการอ่านหนังสือไม่เคยเสียเวลาเปล่าเลยสักนิด  แต่คล้ายกับการเดินทางแต่เราได้มองไปยังข้างทางได้เห็นสิ่งต่างๆมากมาย  แม้ว่าปลายทางอาจจะยาวไกลก็ตาม แต่ทำให้เกิดความรู้สึกภูมิใจขึ้นมาแทน แม้การอ่านหนังสือครั้งนี้จะยังไม่ถึงปลายทาง  แต่อย่างน้อยเราก็ได้เดินไปบนหนทางที่ได้มองไปยังข้างทาง และได้เห็นสิ่งต่างๆมากมายเป็นความรู้ประดับสมองของเรา แม้อาจจะจำมันได้ไม่หมดก็ตาม แต่ก็ให้คุณค่าและประสบการณ์แก่เราเสมอ ให้เราคิดไว้เสมอว่าการอ่านหนังสือเปรียบเสมือนหนทางเดิมแต่เพิ่มเติมคือรอยเท้าของเรา ที่เดินย่ำมันอยู่ทุกวันและแน่นอนสักวันเราจะสามารถจำข้างทางคือความได้รู้และประสบการณ์ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะหนทางเดิมเพิ่มเติมคือรอยเท้า

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

ใครๆ ก็มีบ้านได้ทำไมต้องรอ

 บ้านคือสิ่งที่หลายคนให้นิยามและความหมายแตกต่างกันออกไปตามความคิดของแต่ละคน แต่บ้านที่จะนำเสนอในวันนี้ เป็นบ้านที่ใช้พักพิงอยู่อาศัยและสร้างการพักผ่อนให้กับชีวิตและครอบครัวของตน แต่ในทุกวันนี้บ้านไม่ใช่สิ่งที่ใครหลายๆคนจะหาได้หามาได้ง่ายๆหรือครอบครองได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

เพราะว่าปัจจุบันบ้านแต่ละหลังมีราคาหลายล้านบาทมากและคนที่มีเงินจำกัดหรือไม่มีเงินมากพอก็ไม่สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ และหลายล้านคนหมดหวังที่จะมีบ้านเป็นของตนเองสักหลัง หรือถ้าใครคนหนึ่งที่เป็นวัยทำงานไม่ได้มีเงินทรัพย์สินมากมายก็ต้องกู้หนี้ยืมสินธนาคารและต้องรอให้ธนาคารอนุมัติถึงจะมีบ้านสักหลังมาเป็นของตนได้ แต่เมื่อกู้ซื้อบ้านผ่านมันก็ไม่ได้จบแค่นั้น การผ่อนบ้านหนึ่งหลังคือจุดเริ่มต้นของบ่วงแห่งความทุกข์ยากระยะยาวนานครึ่งค่อนชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียว
                                                                          


                                                           ( รูปภาพโดย https://www.ntbdays.com/16307)

เพราะต้องใช้เวลาผ่อน 20-30 ปี และทำให้เห็นว่าการที่ใครสักคนจะมีบ้านเป็นของตนเองนั้นทำไมมันต้องยากเย็นแสนเข็ญใช้เวลาทั้งชีวิตที่จะมีบ้านสักหลัง ซึ่งความคิดนี้ ทั้งเก่า ทั้งเชย ทั้งล้าสมัย และช่างยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งผมไม่ใช่คนที่ชอบอะไรซับซ้อนแบบนั้น ผมชอบอะไรที่เรียบง่ายใช้ได้จริงและคงทนถาวรจริงๆ และเชื่อว่าใครหลายๆคนก็เป็นแบบนั้นที่ชอบอะไรง่ายๆ และเรียบง่าย วันนี้ผมมีหนทางเลือกสำหรับผู้ที่มีเงินน้อยหรือไม่มีเงินเลยในการสร้างบ้าน ขอเพียงแค่มีที่ดินเป็นของตนเอง นั่นคือ บ้านที่สร้างจากดินนั่นเอง แต่แน่นอนย่อมมีหลายคนสงสัยว่ามันจะทำได้จริงๆหรอ และมันจะคงทนไหม และสามารถอยู่ได้จริงๆไหม นั่นเป็นคำถามที่ผมเจอมามากมาย และนี่แหละจะเป็นข้อพิสูจน์ของสิ่งที่เรายังไม่เคยได้ทำหรือยังไม่เคยได้เห็นได้สัมผัส แต่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆถ้าหากเราลงมือทำ
เพราะว่าบ้านดินเป็นบ้านที่สามารถอยู่ได้จริงๆและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาหลายพันปี และมีความเป็นมาก่อนที่จะมีบ้านที่สร้างด้วยวัสดุแบบต่างๆในปัจจุบันเสียอีก และเป็นการพึ่งพาตนเองได้มากกว่าที่จะพึ่งพาทรัพย์สินเงินทองมากเกินไป เพราะเป็นที่ทราบดีว่า เงินทองทรัพย์เป็นสิ่งที่ทุกคนมีอย่างจำกัด ดังนั้นการเรียนรู้ในการพึ่งพาตนเอง อาศัยความรู้ความสามารถของตน และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด และมีคุณค่าที่สุด และผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เมื่อก่อนก็มีความคิดเรื่องบ้านทั่วไปเหมือนใครหลายๆคน แต่คนที่เข้ามาเปลี่ยนมุมมองของผมไปตลอดชีวิตไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่โจน จันได ผู้ได้รับฉายาว่า คนจนผู้ยิ่งใหญ่จวบจนทุกวันนี้นี่เอง แนวคิดเรื่องบ้านดินของพี่โจน จันได นำมาใช้ได้จริงๆ และก็มีหลายคนที่สร้างบ้านดินแล้วประสบความสำเร็จไปด้วยดี และมีบ้านเป็นของตนเองได้โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เป็นหนี้ธนาคารไปค่อนชีวิต

สรุป การมีบ้านสักหลังไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปถ้าหากเราให้ทางเลือกกับชีวิตของตนเองและให้โอกาสตัวเองได้รับรู้สิ่งใหม่ๆและกล้าที่จะทำสิ่งที่แตกต่างและใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่าที่สุดในการสร้างบ้านดิน และนี่เป็นที่มาของชื่อเรื่องว่าใครๆก็มีบ้านได้….ทำไมต้องรอ

อิสระแห่งการเรียนรู้


อิสระแห่งการเรียนรู้คือสิ่งที่ทุกคนชอบและอยากอยู่กับมันนานๆ  แต่ในโลกความเป็นจริงการเรียนรู้ที่เห็นในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างที่ใครหลายคนคิดไว้ เพราะการเรียนรู้ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย หรือศูนย์การศึกษาเพื่ออยู่ในระบบและแลกมากับใบสำเร็จทางการศึกษาของสถาบันนั้นๆ เพื่อแลกกับการงานและการยอมรับของสังคม แต่กลับไม่มีชีวิตเพื่ออิสระในการเรียนรู้เลย การมีอิสระในการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงนั้น มีคุณค่ามากกว่าเรียนอยู่แต่ในทฤษฏี เป็นระบบอย่างไม่มีอิสระในการที่จะมีความคิดเป็นของตนเอง  และสิ่งที่จะตามมาคือทำให้การเรียนรู้ของมนุษย์ตกต่ำเป็นอย่างมากเพราะคิดด้วยตัวเองไม่เป็น เพราะขาดอิสระที่จะคิดเองเรียนรู้ด้วยตัวเองและขาดจินตนาการ เพราะทำให้อิสระในเรียนรู้ด้วยตนเองถูกระบบการศึกษาในปัจจุบันกลืนไปเสียหมดแล้ว

เพราะการเรียนรู้ในระบบปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อให้คนคิดเหมือนกันทำเหมือนกันและอยู่ในกรอบที่ถูกกำหนดไว้   ถ้าใครคิดนอกกรอบหรือคิดต่างจากการเรียนรู้ในระบบนี้ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ไม่ใฝ่ดี หรือไม่เอาไหน แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือสถานที่การศึกษาในปัจจุบันเป็นโรงงานที่ผลิตทรัพยากรมนุษย์ออกมารับใช้ระบบทุนนิยมในยุคโลกาภิวัฒน์มากที่สุดในโลก  และปัญหาที่ตามมาอย่างยิ่งใหญ่ในปัจจุบันคือ นักเรียน และ นักศึกษาตกงาน อย่างมากมาย ล้นตลาดแรงงาน และไม่มีคุณภาพเพราะขาดประสบการณ์ที่จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นมาใช้ได้จริงๆ
เพราะทั้งชีวิตของมนุษย์ถูกฝากไว้กับการเรียนรู้อย่างไม่มีอิสระ คือขาดการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วยตนเอง และขาดความสามารถที่ที่จะนำความสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในชีวิตได้จริงๆ หรือเรียกง่ายๆว่าพิการทางความสามารถ ทำให้เห็นว่า นักเรียน นักศึกษาที่ เรียนเก่ง มีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ถึงเป็นได้เพียงแค่ลูกจ้างหรือจบมาก็ตกงานหรือเคว้งคว้างไม่สามารถสร้างอาชีพด้วยตัวเอง ด้วยความสามารถและความรู้ของตัวเองได้

 เพราะหลายๆปีตั้งแต่มนุษย์คนหนึ่งเกิดมาแทบไม่เคยได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีอิสระเลยสักคนเดียว เพราะถูกสอนให้อยู่ในระบบการศึกษามาตลอดชีวิตด้วยหลักสูตรให้คิดเหมือนกัน และถูกสอนมาว่าความแตกต่าง และความรู้ใดก็ตามที่ไม่ได้มาจากบทเรียนเป็นสิ่งที่ผิด เพราะถูกกำหนดด้วยการจำกัดอิสระในการเรียนรู้ของมนุษย์ทั้งหมด ผมจึงเปรียบสถานการณ์ศึกษาในระบบปัจจุบันว่าเป็นเสมือนโรงงานผลิตมนุษย์ออกมารับใช้ระบบทุนนิยม เพราะระบบการเรียนรู้ในระบบปัจจุบันสร้างมนุษย์มาให้คิดเอง ทำเองไม่เป็น และตามความจริงโลกในปัจจุบันไม่ทัน  ห้ามคิดต่าง เพราะถูกสอนให้คิดเหมือนกันมาโดยตลอด

 สรุป อิสระในการเรียนรู้ด้วยตัวเองตลอดชีวิตมีค่ามาก เพราะทำให้มีประสบการณ์ในการทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง มีศักยภาพ ทักษะ และมีประสบการณ์มากขึ้น มากกว่าการเรียนรู้ในระบบที่จำกัดอิสระแห่งความคิด การเรียนรู้ให้อยู่แต่ในทฤษฎี     แต่กลับเอาใช้จริงๆในชีวิตไม่ได้เลย เพราะว่านอกจากเป็นความรู้ที่ไม่มีประสบการณ์แล้ว ยังเป็นส่วนเกินความจำในสมองด้วยเพราะความรู้นั้นกลับเอามาใช้จริงๆในชีวิตไม่ได้  เพราะการเรียนรู้อย่างมีอิสระกับประสบการณ์และทักษะที่เอามาใช้ได้ในชีวิตจริงๆและสามารถสร้างอาชีพได้นั้นต้องรวมกัน จึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้อย่างอิสระและนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้จริงๆ

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

เทคโนโลยีกับวิถีชีวิตของมนุษย์ ( บทที่ 3 )


10.เทคโนโลยีกับการแพทย์  
นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลเลยทีเดียวเพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าเป็นอย่างมากในการให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆและเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยลดความเจ็บปวดในการรักษาคนไข้และช่วยให้การรักษาโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและลดความเสียหายต่อร่างกายของผู้ป่วยได้มากกว่าเมื่อก่อนที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเหมือนดังเช่นสมัยนี้เช่นแพทย์ได้ใช้เทคโนโลยีทางเครื่องมือในการรักษาผู้ป่วยเช่นกล้องจิ๋วส่องดูความผิดปกติของระบบลำไส้และตรวจหามะเร็งภายในตัวผู้ป่วยโดยไม่ต้องสอดกล้องลงไปเหมือนในสมัยก่อนอีกแล้วช่วยให้ผู้ป่วยไม่มีอาการเจ็บและกลัวเหมือนสมัยก่อนและการผ่าตัดโดยใช้กล้องจิ๋วเข้ามามีส่วนช่วยทำให้การผ่าตัดต่างๆเป็นไปได้อย่างดีและปลอดภัยนอกจากนี้การผ่าตัดที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยังทำให้บาดแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลงอย่างมากและเทคโนโลยีในการรักษาโรคหัวใจในผู้ป่วยเป็นต้นทำให้ผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นและพึ่งพาการกินยาน้อยลงกว่าเดิมนับว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้นำเข้ามาใช้จะสามารถช่วยชีวิตมนุษยชาติจากการตายด้วยโรคภัยลดลงเป็นอย่างมาก


11.เทคโนโลยีกับความงาม 
เทคโนโลยีกับความงามของมนุษย์นั้นมีมาหลายปีแล้วเพื่อสนองความต้องการความอยากสวยอยากงามของมนุษย์ และจะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงามโดยเฉพาะเช่นการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนการศัลยกรรมใบหน้าและกระดูกการใช้บางโปรแกรมวิเคราะห์จุดบกพร่องบนใบหน้าคนไข้เพื่อรับการแก้ไขใบหน้าหรือทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม เทคโนโลยีด้านความงามเข้าถึงปัญหาที่คนไข้ต้องการมากขึ้นและมีความเสี่ยงน้อยลงเมื่อได้รับการแก้ไขปรับเปลี่ยนใบหน้าหรือร่างกายคนไข้และนอกจากการผ่าตัดแล้วเทคโนโลยีด้านความงามยังมีการนำแสงเลเซอร์มาใช้กับคนไข้ตามความต้องการแตกต่างกันไปในการรักษาหรือบำรุงเซลล์ผิวชั้นลึกที่ครีมทาผิวไม่สามารถเข้าถึงเซลล์ผิวชั้นในได้ ลดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้และมีการฉีดสารโบท็อกซ์ทั่วหน้าเพื่อให้ใบหน้ากระชับตึงและหน้าเรียวยิ่งขึ้นนอกจากนี้แล้วยังมีการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มเข้าที่ใบหน้าเพื่อปรับใบหน้าให้ดูอวบอิ่มช่วยในเรื่องปัญหาแก้มตอบเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปจะทำให้แก้มอิ่มขึ้นและดูอ่อนเยาว์ขึ้นไปอีกนอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีทางด้านความงามเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้แก่คนทั่วไปที่อยากจะเป็นดารานักร้องนายแบบนางแบบที่ต้องหน้าตาดีและเน้นการดึงดูดด้านร่างกายเพื่อจุดขายเป็นหลักและต้องมีจำนวนเงินที่มากพอในการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อความงามเหล่านี้ได้แต่ถ้าเป็นคนธรรมดาที่หน้าตาปกติอยู่แล้วไม่แนะนำให้ไปทำศัลยกรรมหรือเข้าไปรับการใช้เทคโนโลยีทางความงามเลยเพราะนอกจากจะเปลืองเงินแล้วต้องเสี่ยงกับเครื่องมือที่อาจจะไม่ดีพอต่อรักษาหรือศัลยกรรมผิดพลาดขึ้นมาและต้องรับผลที่ตามมาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเสมอไปดังนั้นพอใจกับหน้าตาของตัวเองและสวยงามออกมาจากใจดีกว่าครับ



12.เทคโนโลยีกับการทำอาหาร 
 เทคโนโลยีการทำอาหารคำนี้ถูกใจบรรดาเชฟกุ๊กพ่อครัวหรือแม้แต่แม่บ้านหรือบุคคลที่ต้องเกี่ยวข้องกับอาหารไม่น้อย เพราะนอกจากอุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยขึ้นทำให้สะดวกสบายต่อการปรุงอาหาร ใช้เวลาที่น้อยลงเป็นอย่างมาก และประหยัดพื้นที่การทำอาหารในครัวมากขึ้นเช่นหม้อหุงข้าวใช้ระบบAndroidที่สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวสั่งการทำงานและสามารถติดตามการหุงข้าวได้ตลอดเวลาการใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้ามาแทนที่เตาแก๊ส นอกจากจะปลอดภัยจากแก๊สรั่วหรือลืมปิดแก๊สแล้วยังช่วยให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยในครัวได้เป็นอย่างมากและแน่นอนเกือบทุกบ้านมีไมโครเวฟที่ใช้อุ่นอาหารเร่งด่วนเพื่อให้อาหารที่จะรับประทานร้อนน่าทานยิ่งขึ้นนอกจากนี้แล้วยังมีเทคโนโลยีของตู้เย็นในการเก็บอาหารให้สดใหม่อยู่เสมอและนอกจากจะให้ความเย็นรักษาอาหารไม่ให้เน่าเสียแล้วตู้เย็นบางรุ่นยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษอีกด้วยนอกจากนี้แล้วยังมีตู้อบที่กำหนดการสุกของอาหารได้อีกด้วยและนับว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาใช้ในการประกอบอาหารก็มีมากยิ่งๆขึ้นทุกวันสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าหรือในเว็ปไซต์ประกาศขายเครื่องครัวนอกจากนี้แล้วเรายังต้องดูที่ยี่ห้อของอุปกรณ์ทำครัวด้วยเพื่อความปลอดภัยในการทำอาหารของเราครับ


13.เทคโนโลยีทางการเกษตร       
มนุษย์เราได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชการรดน้ำให้การให้ปุ๋ยแก่พืชที่ปลูกผ่านระบบคอมพิวเตอร์เป็นตัวสั่งงานและช่วยลดจำนวนคนทำงานด้านการเกษตรได้เป็นอย่างมากรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีในการเก็บเกี่ยวพืชโดยใช้จำนวนคนไม่กี่คนในการบังคับอุปกรณ์การเก็บเกี่ยวเหล่านี้ทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและพืชผลได้รับความเสียหายน้อยลงนอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในโรงเรือนแบบปิดที่จะใช้กับพืชที่ไม่สามารถปลูกโดยไม่มีการควบคุมแบบพืชทั่วไปได้เช่นใช้คอมพิวเตอร์สั่งอุปกรณ์รักษาอุณภูมิภายโรงเรือนปิดเพื่อให้เหมาะแก่การเติบโตของพืชชนิดนั้นๆในโรงเรือนได้และสั่งให้ระบบเปิดปิดน้ำและสามารถสั่งจำกัดปริมาณน้ำปริมาณปุ๋ยตามที่ผู้ปลูกต้องการได้การปลูกพืชในขวดโหล หรือขวดแก้วการใช้เทคโนโลยีในอุปกรณ์ปั่นตาพืชเพื่อให้เซลล์พืชขยายปริมาณจำนวนต้นได้เป็นต้นแต่ในสิ่งที่ดีของการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการเกษตรก็ไม่ได้มีแต่สิ่งดีๆเสมอไปเพราะถ้านำเทคโนโลยีทางการเกษตรไปใช้ในทางที่ผิดแล้วละก็ อาจจะนำหายนะมาสู่ประชาชาติได้เลยเช่นใช้เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมพืชและใช้ยีนส์ของสิ่งมีชีวิตอีกแบบเข้ามาใส่ในยีนส์ของพืชเพื่อให้ได้พืชที่มีคุณสมบัติตามที่ตลาดต้องการดังเช่นนำยีนส์ของมะเขือเทศเมืองร้อนมาปลูกในเมืองหนาวแต่ไม่สามารถปลูกได้เพราะอากาศแตกต่างกันจึงได้นำยีนส์ของมะเขือเทศมาตัดต่อพันธุกรรมกับยีนส์ของปลาจากขั้วโลกมาผสมกันทำให้ได้มะเขือเทศที่ทนทานต่อความหนาวเย็นได้ นี่คือผลของความผิดปกติทางอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลกหรือที่เราเรียกว่าย่อว่า( GMOs)นอกจากนี้แล้วยังพบในพืชเศรษฐกิจสำคัญของโลกด้วยเช่นถั่วเหลืองมะละกอข้าวข้าวโพดนอกจากนี้ยังรวมไปถึงเนื้อสัตว์แล้วด้วยเช่นปลาแซลมอน (GMOs)ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้มีตัวใหญ่ทนต่อสภาพความหนาวเย็นและโตเร็วขึ้นให้ปริมาณเนื้อมากขึ้นนี่คือตัวอย่างของอาหาร (GMOs ) ดังนั้นเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรมีประโยชน์ต่อมนุษย์ในการทำเกษตรเป็นอย่างมากแต่ถ้าใช้ผิดก็ทำลายมนุษย์ทั้งสัตว์และพืชในธรรมชาติด้วยเช่นกันครับ


14.เทคโนโลยีกับทางการทหาร         
เทคโนโลยีกับทางการทหารนั้นเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามสมัยสงครามโลกนั้นทำให้เราได้เห็นเทคโนโลยีต่างๆที่ได้นำมาใช้ในการทำสงครามทำให้เราเห็นว่าเทคโนโลยีทางการทหารทำให้เราตะหนักถึงการนำเทคโนโลยีและความรู้มาใช้ในการปกป้องประเทศและมาใช้ในการทำลายล้างอย่างมากมายเลยทีเดียวและผลที่ตามมาคือยิ่งเทคโนโลยีทางการทหารยิ่งก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ผลกระทบที่มีต่อชีวิตของมนุษย์นั้นจะมีมากมายยิ่งขึ้นไปอีกและการทำลายล้างจะเกิดมีขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อสมัยก่อนอย่างเทียบไม่ได้เพราะเทคโนโลยีเกือบทั้งหมดจะสร้างขึ้นมาทดแทนกำลังทหารและทุ่นแรงทหารในการทำสงครามบางส่วนเช่นการใช้คอมพิวเตอร์บังคับเครื่องโดรนในการทิ้งระเบิดในจุดเป้าหมายและสร้างความรุนแรงเสียหายอย่างมากมายตามมาและที่เราเห็นเทคโนโลยีทางการทหารที่ก้าวหน้าของโลกอย่างมากมายเช่นประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศอิสราเอลเป็นต้นที่เทคโนโลยีทางการทหารไม่ได้มีแค่เรื่องของอาวุธและระเบิดเท่านั้นแต่มีการใช้สารเคมีและเชื้อโรคที่ทำลายล้างเผ่าพันธุ์มากยิ่งขึ้นยิ่งเทคโนโลยีทางการทหารก้าวหน้าสูงมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่นั่นหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามที่เทคโนโลยีทางการทหารด้อยกว่าในหลายๆปัจจัยก็จะถูกทำลายล้างมากยิ่งๆขึ้นไปอีกและความเสียหายก็ตามมาอย่างเทียบกับสมัยก่อนที่เทคโนโลยีทางการทหารยังไม่ได้ก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้มาก 

ดังที่กล่าวมาทั้งหมดเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันได้มีพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเป็นอย่างมากและเข้ามามีบทความสำคัญกับชีวิตมนุษย์เกือบทุกส่วนทุกอาชีพเลยทีเดียว ถ้าหากใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีไปในทางที่ถูก

เทคโนโลยีกับวิถีชีวิตของมนุษย์ ( บทที่ 2 )



6.เทคโนโลยีกับท่องเที่ยว 
การท่องเที่ยวกับการมีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ก็สามารถที่จะท่องเที่ยวได้เกือบทั่วทั้งโลกนั้นไม่ใช่เป็นนิยายอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีในสมาร์ทโฟนหรือในแท็บเล็ตมันทำได้มากกว่าที่เราคาดคิดมาก และนำความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวเข้ามาเมื่อเราใช้มันเป็น เช่นการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในการนำทางเมื่อเราหลงทางเมื่อเราท่องเที่ยวในที่ต่างถิ่นหรือไม่ได้อยู่ในโปรแกรมกำหนดการท่องเที่ยว เพียงมีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในการเปิด (Google Map) เราก็สามารถออกจากสถานที่ที่เราหลงได้  นอกจากนี้แล้วเรายังสามารถใช้สมาร์ทโฟนในการเลือกจองที่พักท้องถิ่นได้ผ่านบริการออนไลน์หรือในแอปพลิเคชั่นที่ทางโรงแรม หรือบ้านคนท้องถิ่นให้บริการเพียงแค่เรากดสั่งจองที่พักที่เราถูกใจ เลือกจ่ายเงินและเราก็เข้าไปพักได้เลย โดยไม่ต้องเดินเข้าไปถามเองหรือห้องพักที่เราเข้าไปถามนั้นอาจจะเต็มได้ ทำให้เรามีเวลาท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้นเท่าตัวเพราะคลายกังวลเรื่องที่พักได้  ต่อมาเรื่องอาหารในสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าเราไม่อยากเสียเวลาหาร้านอาหารอร่อยๆที่มีบริการอย่างมากมายในที่สถานท่องเที่ยว ก็สามารถเลือกดูร้านอาหารที่ถูกใจในสมาร์ทโฟน เพื่อหาร้านอาหารใกล้เคียงและกดจองโต๊ะออนไลน์ได้เลย และเข้าไปนั่งโดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวในกรณีที่บางร้านนั้นมีลูกค้าเป็นจำนวนมากเพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่าของเราไปกับการนั่งรอทานอาหารเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้แล้วร้านอาหารบางร้านเปิดบริการชำระเงินค่าอาหารผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ที่รองรับเทคโนโลยี ( NFC ) หรือผ่านการเชื่อมต่อ Ewalletกับ บัตรเครดิตของเรา และจ่ายเงินได้เลยทันที่ที่เรานำเครื่องสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของเราวางบนเครื่องรับการชำระเงินของทางร้าน ข้อดีของการชำระเงินด้วยวิธีนี้ก็คือ เวลาที่เราลืมกระเป๋าสตางค์มาจากที่พัก ก็สามารถชำระเงินด้วยวิธีนี้ได้เลย ยกเว้นบางร้านที่ยังไม่รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็ต้องทำใจให้เพื่อนร่วมทางจ่ายให้ไปก่อน และจ่ายเงินคืนเพื่อนที่หลัง เพื่อให้เราจำไว้ว่าอย่าลืมกระเป๋าเงินอีก เพราะทุกที่ที่เราไปต้องใช้เงินสดเกือบทั้งหมด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เทคโนโลยีช่วยในเรื่องการท่องเที่ยวของเราได้อย่างราบรื่นและช่วยให้การท่องเที่ยวของเราสะดวกสบายและสนุกสนานมากยิ่งๆขึ้นไปอีก  


7.เทคโนโลยีกับการถ่ายรูป   
  การถ่ายรูปไม่ใช่เรื่องของกล้อง (DSLR) ตัวใหญ่ที่ทำได้เพียงอย่างเดียวหรือเป็นเรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่กล้องถ่ายรูปได้ถูกย่อส่วนมาเป็นกล้องคอมแพค (Compact) และกล้อง (Mirror less) และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเพียงแต่กล้องที่ถ่ายรูปได้ แต่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็ถูกสร้างมาตั้งแต่แรกเพื่อให้ถ่ายรูปได้เช่นกัน และนับวันเทคโนโลยีการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้นเป็นที่นิยมทั่วโลกมากกว่ากล้องถ่ายรูปเสียแล้ว เพราะมีการใช้งานที่ครบครันและสะดวกต่อการถ่ายภาพ และคุณภาพที่ถ่ายด้วยกล้องของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนั้นมีคุณภาพที่ทัดเทียมกับกล้องถ่ายรูปจริงๆ หรืออาจจะสวยกว่าด้วย เพราะมีแอบพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่สนับสนุนการถ่ายภาพและตกแต่งภาพได้เลยเมื่อถ่ายเสร็จ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อตกแต่งรูปภาพผ่านโปรแกรมโฟโตช็อปอีก นอกจากบางรูปเท่านั้นที่จำเป็นต้องตกแต่งผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อให้ภาพที่ถ่ายได้รับการแก้ไข ดัดแปลงให้สวยงามมากยิ่งๆขึ้นไปอีก ต่อมาเมื่อได้รูปที่ถ่ายจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้วก็สามารถนำไปลงในโลกออนไลน์ได้เลย โดยไม่ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์เหมือนเมื่อก่อน นอกเสียจากว่าเป็นไฟล์ภาพ( RAW )ที่มีขนาดใหญ่มากๆที่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจจะยังไม่รองรับ เช่นภาพถ่ายที่ได้จากกล้อง (DSLR) ซึ่งจะมีไฟล์ของภาพขนาดใหญ่เพราะว่าภาพที่ได้จากกล้อง DSLR จะมีความคมชัดและมีคุณภาพสูงมากๆ ซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเก็บรูปภาพและตกแต่งรูปภาพให้สวยงามมากยิ่งๆขึ้น นอกจากนี้ในปัจจุบันเทคโนโลยีของ กล้องถ่ายรูป DSLR ก็ถูกออกแบบให้มีความสามารถและฉลาดในการทำงานมากยิ่งๆขึ้น เช่น กล้อง DSLR บางรุ่นนั้นรองรับ wifi หรือ Bluetooth เพื่อให้ผู้ใช้กล้อง DSLR สะดวกสบายมากยิ่งๆขึ้นในการนำภาพลงอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน ก็ตาม เมื่อกล้อง DSLR และอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อกันแล้วเมื่อถ่ายภาพจากกล้อง DSLR ก็กดแชร์รูปได้เลย โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสาย USB ให้ยุ่งยาก นอกจากกล้อง DSLR จะทำได้แล้ว กล้อง Mirror lessก็ไม่น้อยหน้าอีกด้วยเพราะว่าทำได้เหมือนกล้อง DSLR เกือบทุกอย่างยกเว้นแต่ไม่มีกระจกมองเหมือนกล้อง DSLR เท่านั้น นี่ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีทำให้การถ่ายรูปหลุดกรอบความจำกัดของกล้องถ่ายรูปไปเสียแล้ว เพราะอุปกรณ์เกือบทั้งหมดถ่ายรูปได้ แต่กล้องถ่ายรูปก็ไม่ได้หมดความสำคัญไปเสียทีเดียว เพราะว่างานบางอย่างที่ละเอียดอ่อนและต้องการคุณภาพของภาพสูงๆก็ยังคงต้องพึ่งพาความสามารถของกล้อง DSLR อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   


8.เทคโนโลยีกับความบันเทิง        
  ความบันเทิงคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการใช้ต้องพึ่งพามันเพื่อให้ได้ซึ่งความสุขและเสียงหัวเราะ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปเข้าสู่ยุคที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง ความบันเทิงต่างๆก็ได้ถูกนำมาลงในโลกออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความบันเทิงนี้ได้ ผ่านอุปกรณ์ที่มี           เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน เมื่อเชื่อมตัวกับ อินเตอร์เน็ต เมื่อทุกอย่างอยู่ในโลกออนไลน์ง่ายต่อการค้นหา ง่ายต่อการเข้าถึงทุกคนที่ต้องการความบันเทิงก็ต้องเข้าไปหามัน ในเมื่อสิ่งบันเทิงต่างๆถูกเก็บไว้ในรูปแบบของ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลงหรือ mp3 ก็จะสามารถที่จะนำมาฟังมาดูเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ  และปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีความต้องการดู TV น้อยลงไปเสียแล้วหรือบางคนไม่ต้องการ TV เลย เพราะมีเพียงแค่สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ก็เข้าไปดูสิ่งที่ตนเองต้องการได้แล้ว ทำให้ยอดขาย TV น้อยลง แต่ว่าด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ TV ธรรมดาๆเครื่องหนาๆ จอเล็กๆ ถูกปรับเปลี่ยนเป็น TV จอแบบขนาดใหญ่มาก และมีจอที่บางมาก แต่ TV บางรุ่นมีความโค้งเพื่อตอบสนองอรรถรสในการดูสิ่งบันเทิงไม่ว่าจะเป็นหนังหรือว่าจะเป็นเพลงก็ตาม แต่ TV ในปัจจุบันไม่ได้ทำได้เพียงแต่ดูหนังเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว เพราะ TV แบบใหม่ เราเรียกมันว่า Smart TV ซึ่งทำได้หลายๆอย่าง เช่น ใช้ TV  เข้าเว็บไซต์ ใช้ TV ดู YouTube หรือแม้กระทั่งใช้ TV เล่นเกมส์ออนไลน์ก็ได้อีกด้วย นอกจากนี้ TV ในปัจจุบันก็ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ไร้สาย เช่น สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตซึ่งเราต้องการให้คนอื่นดูด้วย ก็แชร์ความบันเทิงนี้ลง Smart TV ได้เลย หรือแม้กระทั่งใช้ Smart TV นำเสนองานก็มีด้วยเช่นกันและกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันชอบความบันเทิงในอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน หรือใน แท็บเล็ตมากกว่า เพราะSmart TV เหมาะแก่การดูอยู่ที่บ้านเพียงเท่านั้น นี่คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีกับความบันเทิงเข้ามามีบทบาทกับคนเราเป็นอย่างมาก


9.เทคโนโลยีกับการศึกษา 
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้นมีการแข่งขันกันสูงมากพอๆกันกับการใช้เทคโนโลยีด้านอื่นๆเลยทีเดียวและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานี้เริ่มมีอย่างแพร่หลายมากขึ้น ตั้งแต่ในเมืองใหญ่ไปจนถึงเมืองเล็กๆที่ห่างไกลก็สามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันอย่างเช่นเริ่มมีอุปกรณ์ให้เด็กนักเรียนหรือนักศึกษาใช้ในการศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองเช่นแท็บเล็ตพีซีการสอนทางไกลผ่านวิดีโอคอลจากครูผู้สอนถึงนักเรียนนักศึกษาดังนั้นไม่ว่าใครอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงการศึกษาในโลกออนไลน์ได้เพียงแค่มีอุปกรณ์และการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเราจะเห็นว่านอกจากนี้การสมัครเรียนต่างๆก็เปิดให้สมัครผ่านระบบออนไลน์เกือบทั้งหมดเพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาสะดวกสบายมากยิ่งๆขึ้นและไม่ต้องเดินทางมากรอกใบสมัครเองนอกจากนี้ยังมีการส่งงานของนักเรียนนักศึกษาในรูปให้ครูหรืออาจารย์ผ่านไฟล์ต่างๆเป็นต้นและเทคโนโลยีด้านการศึกษานี่เองได้เปิดโลกทัศน์ของนักเรียนและนักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมกับนักเรียนและนักศึกษานานาชาติด้วย 

เทคโนโลยีกับวิถีชีวิตของมนุษย์ ( บทที่ 1 )

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากมายต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสื่อสาร และเข้าถึงระบบการเงิน และรวมไปถึงการเข้าไปถึงเรื่องราวต่างๆ ในโลกออนไลน์ ข่าวสาร และปัจจัยต่างๆในชีวิตของเราล้วนแต่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย และส่งผลกระทบต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมาก ทั้งด้านบวกและด้านลบ และเรามาดูกันว่าเทคโนโลยีที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์และสร้างผลกระทบต่อคนเรามีอะไรกันบ้าง  


1.ด้านการทำงาน      

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีกับการทำงานนั้นแยกออกจากกันไม่ได้เลย เพราะเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการทำงานบางประเภทเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการจดจำข้อมูลต่างๆทั้งหมดแทนเรา 100% เพราะว่ามนุษย์ไม่สามารถจดจำได้ทั้งหมด และต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณ ประมวลผล ต้องใช้โปรแกรมในการนำเสนอ และใช้คอมพิวเตอร์สั่งงานต่างๆเพื่อให้งานของเราสำเร็จไปได้ด้วยดีและต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีได้ทำให้คอมพิวเตอร์พกพาง่ายขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความสะดวกในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในออฟฟิคเปลี่ยนมาเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค (Notebook) เปลี่ยนมาเป็นแท็บเล็ต(Tablet)ย่อส่วนมาเป็น สมาร์ทโฟน(Smartphone)มือถือสื่อสารที่เรานำมาใช้โทรหากันในปัจจุบัน และแท็บเล็ตบางรุ่นอาจใช้โทรได้


2.การสื่อสารกับเทคโนโลยี             

เมื่อสมัยก่อนตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์และมาถึงยุคก่อนมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตนั้น เราได้สื่อสารกันด้วยจดหมายทางไกล ซึ่งกว่าจะส่งถึงกันนั้นต้องใช้เวลานานหรือต้องใช้เวลาหลายวันได้ หรืออาจจะตกหล่นไม่ถึงผู้รับ แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะว่าข้อความในจดหมายไม่ได้อยู่ในกระดาษอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นจดหมายที่เราเรียกมันว่าอีเมล์ (E-mail ) ซึ่งผู้ส่งจดหมายเพียงไม่ถึงนาทีก็สามารถไปถึงผู้รับปลายทางได้แล้วทั้งยังสามารถแนบไฟล์เป็นรูปถ่าย การ์ด วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เอกสารจำนวนมากๆได้ และทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกรวดเร็วมาก นอกจากจดหมายแล้ว ยังมีระบบแชท ออนไลน์สื่อสารหากัน รวมไปถึงการโทรหากันแบบเห็น หน้าหรือวิดีโอคอล (Video Call ) ซึ่งผู้โทรและผู้รับเพียงแค่มีอุปกรณ์ที่มีกล้องหน้าและอินเตอร์เน็ตก็สามารถโทรหากันแบบเห็นหน้าได้ แม้จะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม 


3.เทคโนโลยีกับธุรกิจ   

ธุรกิจปัจจุบันขาดเทคโนโลยีทางการสื่อสารไม่ได้เลย นั่นหมายถึงธุรกิจอาจชะงักหรืออาจขาดทุนหรือเจ๊งได้เลย ถ้าธุรกิจนั้นไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวกับข้องเพราะต้องสื่อสารกับลูกค้าเกือบตลอดเวลา นั่นหมายถึงต้องใช้เทคโนโลยีทุกบทบาทเลยที่เดียวไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกับลูกค้าการสื่อสารโฆษณาและโปรโมทสินค้าและเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจปัจจุบันง่ายแค่ปลายนิ้วเป็นอย่างมากเพราะมีระบบออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เกือบทุกธุรกิจไม่ต้องมีหน้าร้านก็ขายของได้ เช่น ขายของในเว็บไซต์(Website) ขายของใน (Facebook)ในแอปพลิเคชั่นต่างๆในระบบแท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน ก็ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ ในแบบสำเร็จรูป เพียงแค่เอาสินค้าหรือโฆษณาใส่ลงไปและตั้งค่าต่างๆเพื่อให้เหมาะสม ก็สามารถมีลูกค้าเข้ามาดูและมีลูกค้าเข้ามาชมเลือกซื้อสินค้าได้เป็นจำนวนมากโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน และสามารถสื่อสารกับลูกค้าออนไลน์ในขณะนั้นได้เลย ทำให้ลดปัญหาต่างๆและธุรกิจคล่องตัวเป็นอย่างมากเมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในธุรกิจ   


4.เทคโนโลยีกับการเงิน  

การเงินกับเทคโนโลยีนั้นเข้ามามีส่วนและเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อธนาคารทำให้ผู้ใช้บริการสะดวกสบายมากขึ้นโดยไม่ต้องมาธนาคาร  นอกจากมาธนาคารเพื่อเปิดบัญชีเท่านั้น เพราะว่าธนาคารได้มีบริการผ่านทางเว็ปไซต์ หรือทางแอปพลิเคชั่นของทางธนาคาร เพียงแค่มีอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน เพียงเท่านี้ก็สามารถโอนเงิน จ่ายเงินกับบริการต่างๆ ชำระเงินบัตรเครดิต หรือซื้อบริการหรือสินค้าออนไลน์ได้เลย โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาไปโอนเงินหรือ กดเงินที่ตู้ ( ATM ) ทำให้ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการพึงพอใจเป็นอย่างมากเพราะสะดวกสบายต่อการจัดการเงินในบัญชี

 (ข้อควรระวังคือ) เนื่องจากมีเทคโนโลยีเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากทำให้เกิดมิจฉาชีพออนไลน์เข้ามา เรียกว่าการโจรกรรมออนไลน์เกิดขึ้นเกือบทุกวัน เนื่องจากว่าผู้ใช้บริการธนาคารออนไลน์หรือในแอปพลิเคชั่นยังมีความเข้าใจไม่มากพอต่อการใช้งาน และเปิดเผยรหัสผ่านหรือตั้งรหัสผ่านในการใช้งานง่ายต่อการคาดเดาของมิจฉาชีพ จึงทำให้อาจถูกล่อลวงข้อมูลของผู้ใช้บริการได้ เช่น เปิดเผยวันเดือนปีเกิด หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชี และนอกจากนี้ยังมีการโอนเงินผิดบัญชีได้ ผู้ที่จะใช้บริการออนไลน์ของทางธนาคารควรที่จะทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อนที่จะใช้บริการออนไลน์ของธนาคารไม่เช่นนั้นอาจมีการสูญเสียเงินตามมาได้)ถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้วการบริหารการเงินและชีวิตของเราก็จะสะดวกสบายขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวครับ 


5. เทคโนโลยีกับการซื้อของ (Online Shopping) 

การซื้อของในยุคปัจจุบันแทบไม่ต้องออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้าและไปจ่ายตลาดอีกต่อไปแล้วในโลกออนไลน์ที่มีเทคโนโลยีในการนำสินค้าให้เลือกซื้อแค่ปลายนิ้วจิ้มและเพียงแค่โอนเงินรอรับของมาส่งที่บ้านเท่านั้นกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วทั้งโลกไปแล้วในขณะนี้ ผมเองก็ใช้บริการเช่นเดียวกันครับเพราะว่าไม่ต้องเสียเวลาเดินไปเลือกซื้อเอง นอกจากนี้แล้วของที่มีขายอยู่ในตอนนั้นอาจะจะมีจำกัดหรือไม่มี แต่ใน (โลกออนไลน์) กลับมีขายและสินค้าให้เลือกซื้อหลากหลายมากกว่าหลายเท่านอกจากข้าวของเครื่องใช้แล้ว ยังมีอาหารด้วย เช่น การสั่งซื้อพิซซ่า ซึ่งเมื่อก่อนเราต้องโทรสั่งซื้อเพียงเท่านั้นหรือไปที่ร้านเลย แต่ปัจจุบัน อาหารแทบจะทุกอย่างได้เข้ามาอยู่ในโลกออนไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นของบริการนั้นๆด้วย เพียงเรากดเลือกอาหารที่เราอยากจะทานและกดสั่งจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเท่านี้ เราก็จัดเตรียมจาน มีด ส้อม ช้อน เพื่อรับประทานได้เลยเห็นไหมครับว่าเทคโนโลยีทำให้เราสะดวกสบายมากแค่ไหน ถ้าวันไหนเราไม่อยากออกจากบ้านไปซื้อของ  อย่าลืมใช้บริการในการเลือกซื้อสินค้าในโลกออนไลน์แทนนะครับ รับรองชีวิตประจำวันของเราจะสะดวกสบายอย่างมากมาย เมื่อให้เทคโนโลยีในปัจจุบันบริการเรา



ด้านมืด ด้านสว่าง

ในรัตติกาลอันมืดมิด ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด

ทุกคนหลับนอนกันไปทั่ว หรือบางคนก็ยังไม่

เข้านอน บางคนก็ทำงานอยู่ แต่คุณเคยสังเกตุ

ไหมว่า บนโลกเดียวกันใบนี้มีความสว่างอยู่อีก

ที่หนึ่งของฟากโลก คือเวลาเดียวกันแต่ทุกคน

ตื่นมาทำงาน ตื่นมาทำกินกรรมของแต่ละคน

ยามเมื่อเรานอนกลางคืน อีกฟากโลกหนึ่ง

เป็นกลางวันของพวกเขา  ทำให้ตระหนักว่า

โลกของเรามีทั้งด้านมืด และด้านสว่าง ซึ่งล้วน

แต่ส่งผลกระทบต่อเราทั้งสิ้น

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561

มาตื่นตากับความคิดของคนกันดีกว่า….

ในวันหนึ่งที่ชีวิตคนๆหนึ่งมีความคิดเกิดขึ้นในใจมากมายตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนตลอดเวลาทั้งวันและกลับเข้านอน ไม่มีเลยที่ชีวิตของคนคนหนึ่งจะหยุดใช้ความคิดได้นอกเสียจากคนที่ตายไปแล้วเท่านั้น และความคิดของคนเราจะเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตคนคนนั้นมากๆ เพราะความคิดนี้เองจะเป็นตัวกำหนดวิถีการดำเนินชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ความคิดล้วนส่งผลออกมาจากจิตใจออกมาสู่กายภายนอกเป็นการกระทำ และเกิดเป็นลักษณะนิสัยขึ้นซึ่งยากต่อการเปลี่ยนแปลงนอกจากจะเปลี่ยนความคิดคนคนนั้นเสียก่อน อะไรเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดทั้งในแง่บวกและแง่ลบล่ะ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวภายนอกเป็นตัวกำหนด และการถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ล้วนมีอิทธิพลส่งผลต่อความคิดของคนคนนั้นเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อร่างกายและคนรอบข้างได้อีกด้วย นี่คือผลกระทบของความคิดเป็นผลกระทบในวงกว้างที่จะเกิดขึ้นเสมอตลอดชีวิตประจำวันของคนคนหนึ่งและอีกหลายคนที่ต้องพบเจอ ถ้าจะบอกว่าความคิดและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวก็ไม่ผิดเพราะสองสิ่งเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ เป็นตัวกำเนิดของกันและกันทั้งความคิดและจิตใจเกื้อหนุนต่อกันประสานรวมกัน ทำงานร่วมกันกับร่างกายคนเราอีกทีหนึ่ง หากวันนี้ใจของเราดีก็จะคิดแต่สิ่งดีดี มีความคิดที่เป็นด้านบวกเกิดขึ้นออกมาจากจิตใจของเรามากมายและปรากฏออกมาสู่ร่างกายภายนอกให้คนรอบข้างได้เห็น และหากวันใดใจของเราไม่ดีก็ย่อมมีความคิดที่ไม่ดีตามออกมาจากใจอยู่เสมอและปรากฏออกมาสู่ร่างกายภายนอกให้ผู้คนได้เห็นด้วยเช่นกัน วิธีการที่ดีในการปรับปรุงชีวิตของเราคนให้ดีขึ้นเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานเลยคือ ให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองของคนคนนั้นเสียก่อนแล้วอุปนิสัยของคนคนนั้นจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ต้องขอบคุณความคิดอีกด้วยเช่นกันที่ทำให้เกิดความสร้างสรรค์ต่างๆมากมายออกมาให้ชีวิตของคนคนหนึ่งได้พบเห็นถึงความแตกต่างกันออกไปอย่างมากมายของคนอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านบวกและด้านลบก็ตาม ทำให้โลกใบนี้มีสีสันและเกิดเรื่องราวมากมายเพราะสิ่งที่เกิดจากความคิดของคนเรานี่เอง

เอื้องกุหลาบกระเป๋าเปิด

                                                                  ( Photo by  http://board1.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=18...